SLider section

ไข่ลูกเขย

ภาค กลาง

  • recipe image cover
  • recipe image cover
  • recipe image cover
  • recipe image cover

ไข่ลูกเขย

ความเป็นมา

ไข่ลูกเขยเป็นอาหารที่คนไทยประยุกต์ขึ้น เพื่อหาวิธีกินไข่ต้มให้ได้รสอร่อยอย่างที่ตนเองชอบและคุ้นเคย คือ รสเปรี้ยวหวาน จึงผัดน้ำมะขามเปียกกับน้ำตาลปี๊บ คล้ายกับซอสของฝรั่งแล้วนำไปราดหน้าไข่ต้มที่นำไปทอดให้เปลือกนอกเป็นสีน้ำตาล และโรยหน้าด้วยหอมเจียวเพื่อให้มีกลิ่นหอม

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่หาง่าย ราคาถูก มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ที่สำคัญคือ วิตามินบี 12 ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาท ในไข่แดงยังมีไขมันเลซิธินซึ่งทำหน้าที่ขนถ่ายคอเลสเตอรอลในเลือด และจำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญไขมัน และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและใยประสาท ไข่ 1 ฟอง (50 กรัม) โดยทั่วไปมีโปรตีน 6.5 กรัม ไขมัน 6 กรัม และคอเลสเตอรอล 180-250 มิลลิกรัม

 

ส่วนผสม

ไข่ต้มสุกแกะเปลือกออก              6     ลูก

น้ำตาลปี๊บ                                 ½    ถ้วย

น้ำปลา                                     2     ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก                           2     ช้อนโต๊ะ

น้ำ                                           2     ช้อนโต๊ะ

หอมเจียว                                  2     ช้อนโต๊ะ

ผักชี พริกชี้ฟ้า สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

ตั้งน้ำมันบนไฟกลางให้เริ่มร้อน นำไข่ต้มลงไปทอดให้เปลือกเป็นสีเหลืองสวย ตักขึ้นผ่าเป็น 2 ซีก พักไว้ ตั้งกระทะอีกใบเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำสะอาด ให้เข้ากันและข้นขึ้น ใส่หอมเจียวครึ่งหนึ่งลงไปในน้ำซอส คนให้พอเข้ากัน จากนั้นนำไปราดบนไข่ โรยด้วยหอมเจียว ผักชี และพริกชี้ฟ้าหรือพริกแห้งทอด

ภาค เหนือ

คั่วตับหมู

ความเป็นมา ในอดีตชาวล้านนานิยมทานเนื้อสัตว์เฉพาะในงานบุญงานเทศกาลเท่านั้น อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์จึงถูกยกให้เป็นเมนูที่หาทานได้ยาก แต่ปัจจุบัน ไม่ต้องรองานบุญงานเทศกาลก็สามารถหาทานได้อย่างแพร่หลาย   คุณค่าทางโภชนาการ ตับหมูเป็นแหล่งของโปรตีนและธาตุเหล็ก ช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งยังได้วิตามินและเกลือแร่จากส่วนผสมต่างๆ   ส่วนผสม หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ                   200       กรัม ตับหมู เครื่องในหมู หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ    200       กรัม น้ำมันพืช ใบมะกรูด                                                   5        กรัม ต้นหอมซอย                                              1        ช้อนโต๊ะ ผักชีซอย                                                    1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                                        1        ช้อนชา ส่วนผสมพริกแกง พริกแห้ง                                     7        เม็ด หอมแดง                                     20      กรัม กระเทียม                                    15      กรัม ข่าซอย                                       1        ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย                                 1        ช้อนโต๊ะ รากผักชีซอย                              1        ช้อนชา กะปิ                                             1        ช้อนชา วิธีทำ ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียดพักไว้ ตั้งกระทะบนไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสามชั้นและเครื่องในลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกทั่ว ใส่ใบมะกรูด ผัดให้เข้ากัน ตักขึ้น โรยต้นหอม และผักชี


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงปูใบชะพลู

ความเป็นมา แกงปูใบชะพลู หรือน้ำยาปู คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางใต้มีอาหารทะเลมากจึงใช้เนื้อปูมาทำ ถ้าเป็นจังหวัดภูเก็ตจะใช้ปูสับเป็นชิ้น แต่ในบางจังหวัดใส่เฉพาะเนื้อปู ส่วนพริกแกงมีรสเข้มข้นตามความนิยมของคนใต้และใส่ขมิ้น น้ำแกงจึงมีสีเหลืองสวย รสชาติเข้มข้น โดยทั่วไปจะกินกับขนมจีน แต่ที่ภูเก็ตจะกินกับเส้นหมี่ หรือเรียกว่า “หมี่หุ้น” ซึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลของชาวจีนที่อาศัยอยู่มากในภูเก็ต   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปูเป็นอาหารทะเลที่มีโพแทสเซียมและสังกะสีอยู่สูง โพแทสเซียมช่วยควบคุมความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นปกติ ส่วนสังกะสีมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ในเนื้อปูต้ม 100 กรัมมีโปรตีน 19.5 กรัม ส่วนใบชะพลูมีวิตามิน แคลเซียม และเบต้าแคโรทีนค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ได้ดีเพราะมีไขมันจากกะทิมาช่วยดูดซึม   ส่วนผสม ปูทะเลนึ่งหรือเนื้อปูนึ่งสุก       1     ถ้วย น้ำพริกแกง                   2     ช้อนโต๊ะ กะทิ                      1 1/2      ถ้วย น้ำตาลปี๊บ                    1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                        2     ช้อนโต๊ะ ใบมะกรูด                     2     ใบ ใบชะพลูซอย                80   กรัม ขนมจีนหรือเส้นหมี่        100 กรัม ส่วนผสมน้ำพริกแกง  พริกชี้ฟ้าแห้ง 7 เม็ด พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด (ตามชอบ) พริกขี้หนูสด 5-10 เม็ด พริกไทยขาว 1 ช้อนโต๊ะ ข่าหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้หั่นแว่น 2 ช้อนโต๊ะ ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา ขมิ้นหั่นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเล 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แหนมหมก

    ความเป็นมา แหนม ทำมาจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว แต่ในปัจจุบันนิยมใช้เนื้อหมู บางท้องถิ่นในภาคเหนือเรียก หมูส้ม และจิ๊นส้มหมก เมื่อจะรับประทานหากนำมาย่างไปจะยิ่งเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีน ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง   ส่วนผสม เนื้อหมูบด                1        กิโลกรัม หนังหมู                    100    กรัม กระเทียม                  20      กรัม เกลือ                          1        ช้อนโต๊ะ ข้าวนึ่ง                        1        ถ้วย วิธีทำ โขลกกระเทียมและเกลือให้พอละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับหมูบดใส่ข้าวนึ่ง หนังหมูลงคลุกเคล้าให้เข้ากันเตรียมใบตองซ้อนกัน 4 แผ่น นำส่วนผสมที่ได้ใส่ใบตอง ห่อให้แน่น ใช้ไม้กลัดกลัดให้สนิท พักทิ้งไว้ 2-3 วัน นำห่อแหนมย่างไฟอ่อนๆ ให้สุกทั่วก่อนรับประทาน      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire