SLider section

ไส้กรอกอีสาน

ภาค อีสาน

  • recipe image cover
  • recipe image cover

ไส้กรอกอีสาน

ความเป็นมา

ไส้กรอกอีสาน เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน มีรสชาติที่กลมกล่อมจากส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์ลงตัว เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้ในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์ที่มีมานานและเป็นวิธีการหมักบ่มให้มีรสเปรี้ยวด้วยข้าวสุกที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวันอีกด้วย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ไส้กรอกมีเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีน นอกจากนั้นยังมี ตะไคร้ ช่วยแก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอกระเทียมไทยช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย

 

ส่วนผสม

ไส้หมู                                 1        กิโลกรัม

หมูสับเนื้อส่วนสะโพก       1        กิโลกรัม

มันหมูสับ                          ½       กิโลกรัม

ตะไคร้บด                         2        ช้อนโต๊ะ

เกลือ                               2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล                            1        ช้อนโต๊ะ

พริกไทยขาวบด              2        ช้อนโต๊ะ

พริกไทยดำบด                2        ช้อนโต๊ะ

ข้าวสวยสุก                      1        ถ้วย

 

วิธีทำ

ล้างไส้หมูให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นผสมเนื้อหมู มันหมู ข้าวสวยสุก ตะไคร้เข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลพริกไทยขาว พริกไทยดำ นำไปใส่ลงในไส้หมูที่เตรียมไว้ ใช้ด้าน หรือเชือกมัดให้เป็นข้อๆ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน จากนั้นนำมาผึ่งลมไว้อีก 2 – 3 วัน ก่อนจะนำมาปิ้งหรือทอดจนสุก กินคู่กับขิงดองและกะหล่ำปลีสด

ภาค ใต้

ปลากระบอกต้มส้มโหนด

ความเป็นมา ต้มโนด หรือ น้ำส้มโหนด เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำตาลโตนด ซึ่งเป็นการทำน้ำตาลหวานที่ได้จากต้นตาลมาทำเป็นน้ำตาลเปรี้ยว หรือน้ำสายชูเปรี้ยว นับเป็นภูมิปัญญาของคนใต้ที่นำพืชท้องถิ่นมาแปรรูปได้อย่างสร้างสรรค์ นำมาต้มปลากระบอกที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นรสชาติธรรมชาติจากท้องถิ่นโดยแท้จริง   คุณค่าทางโภชนาการ น้ำส้มสายชูหมักเป็นการหมักตามกรรมวิธีธรรมชาติ รสจะไม่เปรี้ยวจัด เมื่อหมักจากน้ำตาลโตนด ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวหอมที่นำไปทำอาหารได้กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ชวนกิน น้ำส้มสายชูให้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัดคัดจมูกได้อย่างดี จานนี้มีรสเปรี้ยวหวาน คล้ายต้มส้มของภาคกลาง จึงทำให้กินปลาที่มีโปรตีนได้อร่อย และไม่มีไขมันให้กังวลใจ  ส่วนผสม ปลากระบอกตัวขนาดกลาง           500 กรัม น้ำส้มสายชูตาลโตนด หรือน้ำส้มโหนด  ½    ถ้วย ขมิ้นยาว 2 นิ้วบุบ                 1     ชิ้น ตะไคร้บุบ                            30   กรัม หอมแดงบุบ                         40   กรัม พริกขี้หนูบุบ                         5     กรัม น้ำตาลแว่น                           20   กรัม เกลือ                                     1     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตั้งน้ำสะอาด 5 ถ้วย ใส่ตะไคร้ ขมิ้น และหอมแดง บนไฟแรงจนเดือด ใส่ปลากระบอกลงไปต้มจนสุก ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใส่พริกขี้หนู รอให้เดือดอีกครั้ง ตักเสิร์ฟร้อนๆ


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ผัดหมี่ไชยา

            ความเป็นมา ผัดหมี่ไชยา แต่เดิมเรียกว่า ผัดหมี่ เป็นอาหารพื้นเมืองของอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีมากว่า 100 ปี  เมื่อผัดเสร็จจะดูคล้ายผัดไทยแต่ผัดหมี่ไชยาจะต้องนำพริกแห้งมาตำกับกะปิและหอมแดงก่อน และจะต้องใส่กะทิให้มีรสมันตามที่คนใต้ชอบ ปรุงรสหวาน เค็ม เปรี้ยว   คุณค่าทางโภชนาการ ผัดหมี่ไชยาเป็นอาหารจานเดียวที่ได้คาร์โบไฮเดรทจากก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ตามหลักโภชนาการแนะนำว่าต้องกินคาร์โบไฮเดรทประมาณ 40 % เพราะจะให้พลังงานและทำให้แข็งแรง จานนี้มีโปรตีนจากกุ้งสด และไขมันจากกะทิ วิตามินและเกลือแร่จากผักสดที่กินไปด้วยกัน   ส่วนผสม เส้นเล็กหรือเส้นจันท์แช่น้ำจนนุ่ม        200    กรัม กุ้งสด                                                      120    กรัม พริกแห้งเม็ดใหญ่                                   4-5     เม็ด (กรีดเม็ดออกแช่น้ำจนนุ่ม) หอมแดง                                                  30      กรัม กะปิ                                                          ½       ช้อนชา กะทิ                                                          1/3     ถ้วย น้ำปลา                                                      1        ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว                                         1        ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก                                         1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ รวนกุ้งสดตักขึ้นพักไว้ จากนั้นตำพริก หอมแดง กะปิ รวมกัน นำไปผัดกับกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ใส่เส้นลงผัดให้ทั่วเข้ากัน ใส่กุ้ง ผัดจนแห้งหรือแฉะตามชอบ กินกับหัวปลี ต้นกุยช่าย ถั่วงอก    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ข้าวเหนียวมะม่วง

    ความเป็นมา ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานดั้งเดิมของไทยที่นำข้าวเหนียวมามูนกับน้ำกะทิ รสมันหวาน เค็ม กินกับมะม่วงสุกที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน เป็นรสชาติที่เข้ากันมาก มะม่วงที่กินกับข้าวเหนียวต้องแก่จัดและมีรสหวานจัดด้วยจึงจะอร่อย พันธุ์ที่นิยม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง เป็นของหวานที่คนต่างชาตินิยมมาก   คุณค่าทางโภชนาการ มะม่วงสุกสีเหลืองสวยมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และย่อยง่าย ข้าวเหนียวมูนที่มีกะทิเป็นส่วนผสมมีไขมันและพลังงานค่อนข้างสูง แต่กะทิในข้าวเหนียวมูนช่วยทำให้วิตามินเอและอีจากมะม่วงดูดซึมได้ดีขึ้น และเนื้อมะม่วงสุกช่วยชะลอให้น้ำตาลจากข้าวเหนียวดูดซึมช้าลง ข้าวเหนียวมูน 100 กรัม และมะม่วงสุกครึ่งลูกขนาดย่อมให้พลังงาน 350 กิโลแคลอรี   ส่วนผสม ข้าวเหนียว                         4        ถ้วย กะทิคั้นข้น                         2        ถ้วย น้ำตาลทราย                       ¼       ถ้วย เกลือป่น                            2        ช้อนชา มะม่วงสุกหวาน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงอกร่อง   วิธีทำ แช่ข้าวเหนียวไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง นำไปนึ่งจนสุก ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ ตั้งไฟจนน้ำตาลละลายและเดือดทั่ว นำไปค่อยๆ เทใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งเสร็จร้อนๆ หรือมูนกับข้าวเหนียว หาฝาปิดไว้จนข้าวเหนียวระอุดี จัดใส่จานกินกับมะม่วงสุก        


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire